เมื่อวันศุกร์ที่ 31 ต.ค. 2557 ที่ผ่านมา Travel Elements ตัวแทนอย่างเป็นทางการของสายการเดินเรือระดับโลกอย่าง Royal Caribbean International ได้รับเชิญขึ้นไปร่วมสำรวจบนเรือสำราญลำใหม่ล่าสุดที่ทาง Royal Caribbean แจ้งว่าเป็นเรือสำราญอัจฉริยะลำแรกของโลก และบนเรือยังมีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้ากว่าเรือลำใดๆบนโลก นอกจากนี้ยังมีสิ่งต่างๆที่เรียกว่าเป็น “ครั้งแรก” บนเรือสำราญ อาทิ เครื่องเล่น Skydiving Simulator (Ripcord by iFLY®), ห้องอาหาร Jamie’s Italian ของพ่อครัวชาวอังกฤษชื่อดัง Jamie Oliver, เครื่องเล่น North Star® แคปซูลใสที่ถูกยกโดยเครนและจะพาคุณล่องลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า 300 ฟุตเหนือระดับท้องทะเล และนั่นก็เป็นระดับเดียวกันกับที่คุณสามารถสบตาปิ๊งๆกับเทพีเสรีภาพได้อย่างสบายๆ และที่น่าตะลึงพรึดเพริดที่สุดเห็นจะเป็นเจ้าหุ่นยนต์บาร์เทนเดอร์ที่ Bionic Bar®

เรือลำมหึมาย่อมสร้างคลื่นลูกใหญ่เสมอครับ Quantum of the Seas มาพร้อมระวางขับน้ำ 167,800 ตัน กับห้องพักจำนวน 2,090 ห้องสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ถึง 4,180 คนในคราวเดียวโดยมีลูกเรือ 1,500 คนคอยให้บริการ พิเศษสุดๆสำหรับห้องพักบนเรือลำนี้คือ ทุกห้องจะมีวิวทิวทัศน์ของท้องมหาสมุทร ย้ำว่าทุกห้องแม้กระทั่งห้องแบบไม่มีหน้าต่าง เพราะห้องไม่มีหน้าต่างบนเรือลำนี้จะนำเสนอ Virtual Balconies ผ่านทางจอสกรีน HD ขนาด 80 นิ้ว เรียกได้ว่าแม้กระทั่งเข้าไปยืนใกล้ๆก็ยังคิดว่ามันเสมือนจริงซะจนเอื้อมมือออกไปได้

เรือสำราญใน Quantum Class ทั้ง 3 ลำ (Quantum, Anthem และ Ovation) เป็นเรือสำราญเจเนเรชั่นใหม่ที่ Royal Caribbean ส่งออกมาโดยที่ไม่ได้ทุบสถิติลำก่อน โดยเมื่อเทียบกับเรือสำราญคู่แฝดที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Oasis of the Seas และ Allure of the Seas แล้วมีระวางขับน้ำที่ห่างกันลิบลิ่วอยู่พอสมควร เรือสำราญ Oasis Class นั้นมีระวางขับน้ำสูงถึง 225,282 ตัน และสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 5,400 คน ดังนั้นแล้ว Quantum Class นั้นจะคล้ายคลึงกับเรือสำราญใน Freedom Class ทั้ง 3 ลำ (Freedom, Liberty และ Independence) เสียมากกว่าที่มีระวางขับน้ำอยู่ที่ 154,407 ตัน

เราเริ่มต้นเช็คอินที่ท่าเรือเซาแธมป์ตัน ประเทศอังกฤษครับซึ่งอยู่ห่างจากลอนดอนมาทางตะวันตกเฉียงใต้ราวๆชั่วโมงครึ่งครับ และเนื่องด้วยทริปนี้เป็นทริปพิเศษ 2 คืนซึ่งผู้ได้รับเชิญมาขึ้นเรือนั้นมาจากตัวแทน Royal Caribbean International และสื่อมวลชนจากทั่วทุกมุมโลกเลยครับ และภาพแรกที่เราได้พบเมื่อเข้ามาในห้องพัก คือห้องพักที่มีดีไซน์แบบใหม่ทั้งหมดไม่เหมือนเรือในค่ายเดียวกันเลย ที่ต่างออกไปอย่างเห็นได้ค่อนข้างชัดเจนคือ ตำแหน่งของโทรทัศน์ที่จะอยู่บริเวณปลายเตียงพอดิบพอดี ขณะที่บริเวณโต๊ะทำงานจะมีช่อง USB 2 ช่อง สำหรับเสียงชาร์จไฟอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลเลยหากไม่ได้เอาปลั๊กไฟไปนะครับ ขอเพียงมีสายชาร์จ USB เป็นเพียงพอ สำหรับภายในห้องน้ำการตกแต่งจะเน้นโมเดิร์นเรียบง่าย ภายในห้องอาบน้ำจะมีตู้สำหรับกดสบู่เหลว, แชมพู และคอนดิชันเน่อร์ไว้ให้ครับ

นอกเหนือไปจากนี้ภายในห้องพักจะมีสายรัดข้อมือ WOWband ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ถูกนำมาใช้บนเรือ Quantum Class เป็นลำแรก โดยเจ้า WOWBand นี้จะสามารถใช้ได้เทียบเท่ากับ SeaPass Card ซึ่งสามารถใช้เป็นคีย์การ์ดสำหรับเข้าห้องพักและซื้อสินค้าและบริการอื่นๆบนเรือ

จากนั้นทีมงานของเราก็ออกจากเพื่อไปสำรวจส่วนต่างๆบนเรือครับ เราเริ่มต้นตั้งหลักกันที่บริเวณชั้น 4-5 เวลาที่อยู่บนเรือนึกอะไรไม่ออกมาตั้งหลักที่บริเวณนี้ก่อนได้เลยครับ ซึ่งบนเรือจะเรียกโซนนี้ว่า Royal Esplanade ที่จะเรียงรายไปด้วยร้านอาหาร บาร์ เลาจ์น และร้านแบรนด์ดังในราคาปลอดภาษีอย่าง Hublot และ Bvlgari®

หลังจากเดินเล่นบริเวณ Royal Esplanade จนหนำใจแล้ว เราจึงก็ไม่สามารถอดใจที่จะขึ้นไปทำความรู้จักกับไฮไลท์สำคัญของเรือลำนี้คือ เจ้าเครื่องเล่น North Star ซึ่งเป็นครั้งแรกบนเรือสำราญทีมีอะไรแบบนี้ครับ North Star นี้เป็นแคปซูลใสครับจะคล้ายกับชิงช้าสวรรค์ London Eyes เพียงแต่ยกขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยเครนเท่านั้นเองครับตั้งอยู่บนชั้นดาดฟ้าเรือชั้น 15-16 ครับซึ่งทิวทัศน์จากทางบนเหนือท้องทะเล 300 ฟุตและมองลงมายังเรือสำราญนั้น เป็นภาพที่ลืมไม่ลงจริงๆ แต่ละรอบจะได้เล่นรอบละราวๆ 15 นาทีครับ สำหรับเครื่องเล่น North Star นี้เล่นฟรีครับไม่มีค่าใช้จ่าย

เมื่อเดินต่อไปทางท้ายของเรือบนชั้น 16 ก็จะเจอเครื่องเล่นดิ่งผสุธาจำลอง Skydiving Experience RipCord by iFly อีกหนึ่งประสบการณ์ครั้งแรกบนเรือสำราญ โดยเจ้าเครื่องเล่นตัวนี้ตั้งอยู่บนชั้นดาดฟ้าเรือทางตอนท้ายเรือเลยครับก่อนถึงเครื่องเล่น FlowRider® เจ้านี้ทางเราไม่ได้ลองครับแต่ได้เข้าไปสังเกตการณ์ก็สัมผัสได้เลยครับว่า กว่าจะได้เข้าไปเล่นนั้นจะต้องผ่านกระบวนการ Safety ต่างๆพอสมควร เวลาเข้าไปเล่นก็จะมีครูฝึกเข้าไปกับเราด้วยครับดังนั้นไม่ต้องเป็นกังวลเลย เวลาที่เข้าไปอยู่ข้างในหลอดแก้วนั้นจะเป็นช่วงกองเชียร์ข้างนอกสนุกสนานมากครับ เชียร์กันเย้วเย้วใหญ่เลย

บริเวณที่อยู่ติดๆกันจะเป็นเครื่องเล่น FlowRider® Surf Simulator ครับ

เมื่อเดินลงมาบนชั้น 15 ทางท้ายเรือจะเจอกับ SeaPlexSM ซึ่งทางเรามองแล้วคล้ายๆกับ Indoor Venue ทำนองนี้ครับซึ่งภายในนี้สามารถใช้ทำประโยชน์ได้หลากหลายเลยไม่ว่าจะเป็น ลานรถบั๊มพ์ ใช่ครับได้ยินถูกแล้วครับเป็นครั้งแรกที่มีรถบั๊มพ์อยู่บนเรือสำราญ ขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่งของห้องก็จะเป็นลานโรลเลอร์สเก็ต และในเวลาที่ไม่ได้ลาน SeaPlexSM เล่นกิจกรรมทั้งสองอย่างนี้ ก็จะเปิดเป็นลานกีฬาในร่มเอนกประสงค์ที่สามารถเล่นได้หลายอย่าง เช่น สนามบาสเกตบอล สนามฟุตบอล และยังเปิดสอนกายกรรมเหิรเวหาด้วย ในตอนกลางคืนที่นี่จะกลายเป็นไนท์คลับขนาดมหึมาเลยครับ และมีดีเจมาเปิดแผ่นเรียกว่าแดนซ์กันสุดเหวี่ยงเลย

ข้างใน SeaPlexSM ยังมีร้านอาหารเล็กๆน่ารักอย่าง SexPlex Dog House ซึ่งเป็นร้านฮ็อทด็อกครับ ตรงนี้บริการฟรีใครที่เล่นกีฬาหรือเล่นกิจกรรมเหนื่อยๆมา สามารถหยิบฮ็อทด็อกร้อนๆกินได้อย่างสบายใจเฉิบเลยครับ

ภายใน SexPlexSM นั้นมี 2 ชั้นด้วยกัน ซึ่งบริเวณชั้นบนนั้นก็มีห้องสันทนาการและเครื่องเล่น Xbox ไว้ให้เล่น

เมื่อเดินออกมาทางด้านนอกของ SeaPlexSM ทางกาบขวาของเรือครับ จะเจอกับหมีสีชมพูซึ่งทาง Royal Caribbean บอกกับ Travel Elements ว่าอันนี้เป็น “แลนด์มาร์ค”

เมื่อแหงนหน้ามองนาฬิกาก็ได้เวลาที่หุ่นยนต์บาร์เทนเดอร์เครื่องแรกบนเรือสำราญของโลกจะเริ่มเปิดให้บริการแล้วครับที่ Bionic Bar เราจึงรีบตรงดิ่งลงลิฟต์ไปยังชั้น 5 บริเวณ Royal Esplanade ครับซึ่งเป็นที่ตั้งของบาร์แห่งนี้ ซึ่งการไปใช้บริการก็ง่ายมากครับ เพียงเลือกเมนูเครื่องดื่มที่ต้องการจากแท็บเล็ต เสร็จแล้วเจ้าหุ่นยนต์ก็จะเริ่มต้นชงเครื่องดื่มให้ทันที บริเวณบาร์จะมีบอร์ดแสดงให้เห็นด้วยครับว่า ลำดับของเรานั้นอยู่ที่เท่าไหร่รออีกกี่นาทีถึงจะได้เครื่องดื่มครับ สำหรับราคาเครื่องดื่มนั้นตามเมนูครับ

ปิดท้ายวันแรกบนเรือเราเดินไปทางตอนท้ายเรือชั้น 5 ครับซึ่งเป็นอีกหนึ่งสถานที่ไฮไลท์ของเรือ Quantum of the Seas นั่นก็คือ TWO70SM ซึ่งเป็นห้องโถงที่กว้างขวางมากครับ ภายในมีโต๊ะเก้าอี้ บาร์ เลาจ์น ซึ่งในตอนกลางวันสามารถมานั่งชมวิวทิวทัศน์แบบพาโนราม่า 270 องศาสบายๆ บนชั้นสองจะเป็นห้องสมุด ห้องกิจกรรมสันทนาการ คลาสสาธิตต่างๆมากมาย ในตอนกลางคืนที่นี่จะกลายเป็นโรงละครหลากหลายมิติเลยครับทั้ง วีดีโอวอลล์ โชว์กายกรรม ละครเพลงตื่นตาตื่นใจต่างๆมากมาย รายล้อมผู้ชมทั้งห้องนี้เลยทีเดียว

บรรยากาศ TWO70SM ตอนกลางวัน

บรรยากาศ TWO70SM ในเวลากลางคืน ซึ่งทีมงานของเราลงความเห็นโดยพร้อมเพรียงกันว่า “ผมนี่นั่งหน้าเลยครับ”

ขึ้นวันที่ 2 บนเรือวันนี้ทีมงาน Travel Elements ยอมพลีชีพเพื่อแฟนๆเลยครับกับการตระเวนกินของอร่อยรอบๆเรือ Quantum of the Seas ที่มีห้องอาหารให้บริการถึง 18 ห้องด้วยกัน ซึ่งยอมรับเลยครับว่าเราไปตระเวนกินได้ไม่หมดครับแต่ก็จะได้พยายามคว้าไฮไลท์สำคัญๆมาให้แฟนครับ

ที่แรกที่เราไปลิ้มลองกันคือที่ ห้องอาหาร Jamie’s Italian ของพ่อเชฟยอดชายชาวอังกฤษ Jamie Oliver เชฟชาวอังกฤษที่หลงใหลในอาหารอิตาเลี่ยนเป็นพิเศษ และครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เขามาเปิดร้านอาหารของบนเรือสำราญ โดยสไตล์การเสิร์ฟอาหารของห้องนี้จะเน้นเป็นเหมือนเขียงขนาดใหญ่เลยครับ ซึ่งทางเชฟเขาบอกเองว่าเป็นความต้องการของเขาที่จะให้ห้องอาหารแห่งนี้เหมาะสำหรับการมานั่งรับประทานอาหารเป็นหมู่คณะไม่ว่าจะเป็นแบบเพื่อนฝูงหรือครอบครัวอะไรทำนองนี้ครับ สำหรับใครที่อยากจะมาลิ้มลองชิมอาหารที่ห้อง Jamie’s Italian จะมีค่าบริการอยู่ที่ 15 เหรียญสำหรับมื้อกลางวันและ 25 เหรียญสำหรับดินเนอร์

เรียบร้อยโรงเรียนอิตาเลี่ยนกันถ้วนหน้าครับ แต่ถ้าใครมาแล้วรู้สึกอาหารอิตาเลี่ยนจะหนักหรือเลี่ยนไปบนเรือยังมีห้องอาหารอื่นๆอีกมากมายครับไว้ให้ลองใช้บริการกัน เช่น Michael’s Genuine Pub ซึ่งเป็นห้องอาหารของเชฟชื่อดังอย่าง Michael Schwartz เหมาะสำหรับนั่งจิบเบียร์และทานอาหารเบาๆปรุงจากวัตถุดิบสดใหม่ครับ ซึ่งค่าเครื่องดื่มและอาหารก็ตามเมนูครับ

เราขึ้นมาสำรวจกันบนชั้น 5 ก็จะเจอกับที่ ห้องอาหาร Wonderland ก็สมชื่อครับเป็นอีกหนึ่ง Specialty Restaurant ของ Quantum of the Seas ซึ่งเหมือนกับหลุดเขามาอยู่ในอีกโลกของจินตนาการเลยครับ ตั้งแต่ทางเข้าร้านไปจนถึงการตกแต่งภายในสุดหรูหราเหมือนในเทพนิยาย และเมนูอาหารที่นำเสนอได้อย่างหน้าตื่นตะลึงมากครับ สำหรับค่าบริการห้องอาหาร Wonderland จะอยู่ที่ 45 เหรียญและเปิดให้บริการเฉพาะดินเนอร์เท่านั้น

หน้าตาของเมนูอาหารตัวอย่างที่สาวน้อยมหัศจรรย์นำมาให้ทีมงานของเราชมครับ

ตกช่วงบ่ายทางเรือก็ได้เปิดโอกาสให้เราได้ไปสำรวจห้องพักหลายๆประเภทครับ โดยเราเริ่มที่ห้องแบบ Junior Suite กันก่อน โดยภายในห้องพักจะมีโซนนั่งเล่น เตียงนอนที่มีพื้นที่รอบเตียงกว้างขวางกว่าเรือลำก่อนๆครับ ห้องน้ำที่มีอ่างอาบน้ำ หากใครต้องการเข้าพักในห้องพักที่มีอ่างอาบน้ำ ก็เริ่มต้นที่ห้องพักประเภท Junior Suite นี่เลยครับ โดยห้องนี้สามารถรองรับแขกได้ถึง 4 คนเลยครับ บนเรือจะมีอยู่เพียง 16 ห้องเท่านั้น พื้นที่รวมภายในห้อง 276 ตร.ฟุต

ห้องอีกประเภทหนึ่งที่ทีมงานของเราได้ไปส่องดูแล้วถึงกับร้องงอแงไม่อยากกลับเลยครับคือห้อง Grand Suite ห้องพักประเภทนี้ขนาดใหญ่กว่า Junior Suite โดยมีพื้นที่ใช้สอยรวม 351 ตร.ฟุต สามารถพักได้สูงสุด 4 คน และมีอยู่บนเรือเพียง 12 ห้องเท่านั้น จุดเด่นของห้องพักนี้คือมีการแยกโซนชัดเจนระหว่างห้องนั่งเล่นและห้องนอนครับ

และด้วยเวลาเพียง 2 คืนบนเรือซึ่งแน่นอนว่าเราไม่สามารถเก็บรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆได้หมดจริงๆ ไว้โอกาสหน้า Travel Elements จะนำภาพและรีวิวเรือสำราญลำอื่นๆมาฝากแฟนๆให้ละเอียดขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน สำหรับทริปนี้เราลากันด้วยภาพเรือ Quantum of the Seas ที่ถ่ายจากบนเครื่องเล่น North Star มาฝากครับ แล้วเจอกันใหม่ทริปหน้า